อัพเดท ข่าวขยะ “ต้องช่วยกันโกหกเพื่อเสริมบารมี” เบื่อข่าวแบบนี้มาก
“ในหลวง”รักษาพระองค์รพ.ศิริราชไม่เคยหยุดทรงงาน “ดิสธร”แนะปลัด จว.-นายอำเภอทำงานอย่างมดอย่าเป็นปลวก
นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง กล่าวในการประชุมเชิงสัมมนาเชิงปฏิบัติการปลัดจังหวัด และนายอำเภอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 หัวข้อ “เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในการถวายงาน เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน” ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมว่า นายอำเภอถือเป็นผู้ที่ใกล้ชิดประชาชน หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน จะต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ ต้องยื่นมือไปช่วยเหลือเป็นมือแรก ไม่ว่าจะเป็นมือของใคร เพราะจะถือเป็นน้ำพระทัยจากพระเจ้าแผ่นดิน ช่วยดึงประชาชนที่กำลังจะจมน้ำขึ้นจากน้ำ เพราะพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่ว่าจะประสบความเดือดร้อนเรื่องใดก็ตาม และทุกพระองค์ทรงร่วมให้ความช่วยเหลือเช่นกัน
“แต่ขณะนี้พระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา รักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชมา 9 เดือน แต่พระองค์ไม่เคยหยุดทรงงาน ก่อนหน้านี้ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น พระองค์ทรงห่วงใย และติดตามสถานการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ตลอด ทั้งนี้ ขณะนี้พระองค์ทรงพระดำเนินได้แล้วในระยะสั้นๆ แต่ที่ยังประทับอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะยังต้องทำกายภาพกล้ามเนื้อ พระหัตถ์ยังไม่แข็งแรง แต่พระสมองไม่มีปัญหา” รองเลขาธิการพระราชวังกล่าว
นายดิสธรกล่าวว่า พระองค์รับสั่งกับตนเสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝนตก ดินถล่ม หรือภัยพิบัติต่างๆ ว่ามูลนิธิแรกที่เข้าถึงพื้นที่จะต้องเป็นราชประชานุเคราะห์ หากไปเองได้ก็ขอให้ไปด้วยตัวเอง แต่ตนทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้น ในฐานะที่ทำงานรับใช้สถาบัน การทำงานของเราต้องเสริมพระบารมีให้พระองค์ท่าน ขอบอกว่าการทำงานมี 2 แบบ คือ 1.ทำงานแบบมดงาน ออกหากินนอกบ้าน แล้วขนของเข้ามาในบ้าน
“2.ทำงานแบบปลวก คือกัดกินบ้านจนพัง ดังนั้น เราต้องทำงานอย่างมด ช่วยกันเสริมสร้างพระบารมี ประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรทราบถึงคุณค่า และการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยของพระองค์ท่าน แต่ถ้าเป็นปลวกก็ดึงสถาบันมาใช้เป็นเครื่องมือ แอบอ้างหาประโยชน์ให้ตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ทำให้สถาบันเสื่อมล” รองเลขาธิการพระราชวังกล่าว
นายดิสธรกล่าวว่า ได้รับทราบจากอดีตผู้ว่าฯ ว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยน้อยใจ เพราะอย่างกระทรวงการต่างประเทศ จะไปเป็นทูตประเทศไหน ก็ต้องเข้าเฝ้าฯรับฟังพระราโชบาย แต่ของผู้ว่าฯไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ “ก็กราบทูลท่าน ท่านก็รับสั่งว่า ไม่ใช่ไม่เคยให้เข้าเฝ้าฯ ตอนเป็นผู้ว่าฯซีอีโอก็ให้เข้าเฝ้าฯแล้ว ตอนนี้จึงพยายามกราบทูลท่าน เพื่อให้รองผู้ว่าฯระดับ 9 ที่จะขึ้นเป็นผู้ว่าฯใหม่ ได้เข้าเฝ้าฯเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ซึ่งกราบทูลฯไปแล้ว แต่จะออกหัวออกก้อยยังไงยังไม่ทราบ ที่จริงความเห็นผมคิดว่าผู้ว่าฯควรจะดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาด้วยซ้ำ แต่น้ำพระพิพัฒน์สัตยาเป็นเรื่องของทหาร แต่ก็ดูเอาว่าขนาดดื่มแล้วยังเป็นอย่างนี้ ซึ่งผมคงไม่ไปว่ากัน”
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 มีนายสุวโรช พะลัง รองประธาน กมธ. เป็นประธาน ได้ พิจารณางบประมาณของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ตั้งไว้จำนวน 1,561,406,600 บาท ขณะที่ปีที่แล้วได้รับจำนวน 1,311,555,800 บาท ซึ่ง กมธ.ส่วนใหญ่ซักถามการสกัดกั้นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน และเว็บหมิ่นสถาบัน ที่หลายคนยังมองว่าไอซีทียังทำงานไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับงบ ประมาณที่ได้รับ จนทำให้มีเว็บในลักษณะดังกล่าวแพร่หลายอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ น.ส.ละออง ติยะไพรัช กมธ.จากพรรคเพื่อไทย ขอตัดงบประมาณของกระทรวงนี้ลง 50% เหตุเพราะยังไม่มีการปรับกลยุทธ์ในการทำงาน
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที ชี้แจงว่า ยอมรับว่ายังมีเว็บผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกำลังขอความร่วมมือจากส่วนต่างๆ เพื่อควบคุมเว็บไซต์ที่ส่วนใหญ่มาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา ขณะที่ระหว่างปี 2551-2553 พบว่ามีข้อความที่หมิ่นสถาบันผ่านเว็บถึง 50,000 ข้อความ ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นหูเป็นตา สกัดกั้นเว็บที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้
เปิดตัว Red Power และความตอแหลของไอ้ทรราชอภิสิทธิ์
Red Power สื่อสีแดงโดยสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผงาดแผงหนังสือทุกจังหวัดในวันนี้ เย้ยฟ้าท้าสวรรค์ด้วย ยอดขายทะลุเป้า 30,000 เล่ม แต่ร้านซีเอ็ด กับนายอินทร์ ยังไม่ยอมรับจำหน่าย กลัวอิทธิพลมืด แต่บางสาขาย่อยทนกระแสไม่ไหวแอบวางขาย ร้านหนังสือทั่วไปขานรับเต็มที่ – สร้างปรากฏการณ์ใหม่ “พลังแดงแรงฤทธิ์” กระหึ่มบนท้องถนนอีกครั้ง
เอาภาพ นายก ทรราชมาฝาก ในโครงการ 6 วัน 63 ล้านความเห็น ภาพประกอบโดย
Pote Elninyo Liverpool’s Photos
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย โดยออกรายการสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผ่านทางรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง โดยเชิญชวนให้ประชาชนโทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็นผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 – 3049999
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของรายการได้จัดคิวให้นายอภิสิทธิ์นั่งรับโทรศัพท์จากประชาชนที่ โทรเข้ามา แต่ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์รับโทรศัพท์ไป 3 สาย แต่ไม่สามารถสนทนากับประชาชนได้เลย เนื่องจากสายที่โทรเข้ามาโดนตัดทั้งหมด โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างรอสายโทรศัพท์ว่า “ช่างบอกว่าฟิวส์แผงวงจรโทรศัพท์ขาด ซึ่งขณะนี้ได้ทำการซ่อมแล้ว คิดว่ามีคนคู่สายเข้ามาจำนวนมากจึงทำให้ระบบขัดข้อง”
ผู้เชี่ยวชาญวงการโทรทัศน์ให้จข้อสังเกตว่าที่ไม่เปิดเสียงประชาชนโทรหา นายกฯได้อาจเพราะเจอคนโทรเข้ามาด่า เนื่องจากการให้คนโทรมาก่อนจะออกอากาศได้นั้น เสียงจะดีเลย์ราว5วินาทีหากเป็นเสียงด่าเข้ามา เจ้าหน้าที่จะตัดสายทิ้งได้ทัน เป็นไปได้ว่าจะเจอเสียงด่าทุกสายจึงทำให้ออกอากาศไม่ได้
ต่อมาเมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 1 ก.ค. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงมาตรวจสอบระบบโทรศัพท์หมายเลข 02-304-9999 จำนวนสามร้อยเลขหมาย ที่เปิดให้ประชาชนโทรศัพท์เข้ามาแสดงความเห็นในโครงการ 6 วัน 63ล้านความคิดร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย หลังจากที่ช่วงเช้าวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานและเกิดปัญหาคู่สายล่มว่า ยอมรับว่าช่วงครึ่งเช้าวันนี้มีปัญหาด้านโทรศัพท์ เนื่องจากบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) นำตู้ชุมสายขนาดเล็กมาใช้ และฟิวส์ในตู้เกิดขาดในช่วงที่นายกฯเป็นประธานเปิดงาน แต่ขณะนี้ได้แก้ไขและเพิ่มตู้ชุมสายเข้ามาเพิ่มสลับทำงานแล้ว และหลังเวลา 12.00 น. ประชาชนโทรศัพท์เข้ามา 2 พันกว่าราย และจะมีการเปิดรับสายจนถึงเวลา 21.00 น. โดยคาดว่าจะมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามา 6 พันราย
เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรายงานเรื่องความอึดอัดทางการเมืองของประชาชนอย่าง ไรบ้าง นายสาทิตย์กล่าวว่า มีการแสดงความเห็นว่าอยากให้ตั้งสสร.ใหม่ รวมทั้งการเลือกตั้งต้องโปร่งใส เมื่อถามว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นการปฏิรูปประเทศไทยอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ร้องเรียนเรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบ โดยเรื่องนี้จะส่งให้กระทรวงการคลังรับไปดำเนินการ
เมื่อถามว่า ส่วนใหญ่ประชาชนชมเชยหรือด่ารัฐบาล นายสาทิตย์ ได้หันไปสอบถามเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร โดยได้รับคำตอบมาสองแนวทางคือ บางส่วนชมเชยนายกฯและให้กำลังใจ แต่บางส่วนใช้คำหยาบคายด่ารัฐบาลและขอให้ยุบสภา โดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกกับนายสาทิตย์ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า “มีคุณป้าคนหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาโดยพูดว่า ขอโทษนะคะ อย่าโกรธป้า แต่ขอให้อภิสิทธิ์ไปลงนรก”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่และอาสาสามัคร ระบุว่าส่วนใหญ่ประชาชนจะโทรศัพท์มาจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสานคือจ .อุบลราชธานี จ.ศรีษะเกษ และภาคใต้ ส่วนใหญ่มีความยากจน และขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ส่วนเรื่องการเมืองนั้นมีการให้กำลังใจนายกฯในการทำงาน แต่ไม่ควรไปยุ่งเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้มากนัก หากทำเช่นนั้นได้นายกฯจะได้คะแนนเสียงที่ดีกว่านี้ รวมทั้งต้องการให้รัฐบาลดำเนินคดีกับคนเสื้อเหลืองเช่นเดียวกับคนเสื้อแดง รวม ทั้งยังเรียกร้องเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.ว่า รัฐบาลไม่ควรช่วยเหลือเฉพาะผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ เพราะผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นๆได้รับผลกระทบจากพ.ร.ก.บริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉินด้วยเช่นกัน
ที่มา: Thai e-news
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น